สพป. อยุธยา เขต 1 ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ(MOU) กับ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบ Active. Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps สอดรับนโยบายเรียนดีมีความสุข

Posted by ADMIN 07/03/2024 0 Comment(s) ข่าว MOU,ข่าวประกาศ/ประชาสัมพันธ์,VDO news,Active Learning,


สพป. อยุธยา เขต 1 ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทาง

วิชาการ
(MOU)กับ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) เพื่อพัฒนาการ

จัดการเรียนรู้แบบ Active. Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิง

ระบบ GPAS 5 Steps สอดรับนโยบายเรียนดีมีความสุข



 

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2567 ที่ห้องประชุม ชั้น 5 สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ได้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ ความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ระหว่าง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 กับ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ ประจำปีการศึกษา 2566-2568 โดย นางสาวรัตนา แสงบัวเผื่อน ผู้อำนวยการสำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนากระบวนการเรียนรู้ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า การจัดการเรียนรู้รูปแบบหนึ่งที่มีการชชพูดถึงกันมากในขณะนี้ และต่อเนื่องมาระยะหนึ่งแล้วก็คือ การเรียนรู้แบบ Active Learning โดยแนวคิดเรื่องของ Active Learning คือ ต้องการให้เด็กได้มีโอกาสได้คิด มีกระบวนการคิด มีกระบวนการทำงานและสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้จากสิ่งที่ได้เรียนรู้ ซึ่งก็มีหลายรูปแบบหลายเทคนิค ส่วน GPAS 5 Steps ก็เป็นรูปแบบการสอนวิธีหนึ่งที่ช่วยทำให้เด็กมีกระบวนการคิดเชิงระบบ สามารถคิดไปสู่ระดับสูงได้ ไม่ใช่แค่รู้และเข้าใจแต่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้ และครั้งนี้ก็ถือว่าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 (สพป.อย.1) มีโอกาสดีที่ได้ร่วมมือกับ พว. ในการพัฒนาครูให้สามารถจัดกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนในรูปแบบ Active Learning และคิดว่าเมื่อครูได้รับการพัฒนาก็จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงผู้เรียนได้อย่างที่คาดหวัง

 



 

“สพฐ.ส่งเสริมการเรียนการสอนในหลายรูปแบบ โดยเน้นการเรียนรู้แบบ Active Learning เพื่อให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติ ได้คิดวางแผน ซึ่งกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ก็เป็นวิธีการที่จะทำให้เด็กเป็นอย่างที่เราต้องการให้เป็นโดยเท่าที่เห็นมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่ร่วมกับ พว.จัดอบรมพัฒนาครูในโรงเรียน ก็เห็นผลที่เกิดขึ้นกับตัวผู้เรียนว่า เด็ก สามารถสร้างสรรค์งานจากสิ่งที่คิดด้วยตัวเองโดยมีครูเป็นพี่เลี้ยง จากที่ได้ซักถามเด็กสามารถตอบได้ว่า ทำไมถึงทำสิ่งนี้คิดมาจากฐานอะไร และพยายามหาคำตอบ ซึ่งการหาคำตอบนั้นก็คือกระบวนการในการหาข้อมูล หาเหตุผลมาสนับสนุนการคิด และยังได้เห็นการทำงานร่วมกันอย่างมีวิธีการของผู้เรียน โดยสิ่งที่ติดตัวเด็กไปตลอดนั่นก็คือกระบวนการ ไม่ว่าคำตอบที่ได้มานั้นจะถูกหรือผิดก็ตาม แต่กระบวนการจะทำให้เด็กสามารถไปค้นหาหรือสร้างสรรค์อะไรใหม่ ๆ ได้ตลอดชีวิต”น.ส.รัตนากล่าว


 



 

“สาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มสาระ ล้วนเกี่ยวข้องกับบริบทของวิถีชีวิต และความเป็นไทย เพราะฉะนั้นการเรียนด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps จะทำให้เด็กเห็นคุณค่าของความเป็นชาติ และเกิดความรู้ที่แท้จริง เพราะ GPAS 5 Steps เป็นความรู้ที่หลุดจากเนื้อหาทั้งระบบและเป็นการเรียนรู้ที่นอกเหนือจากกลุ่มสาระ เป็นกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงวิจัย และในแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ก็กำหนดให้เด็กทำงานร่วมกับชุมชน ปฏิบัติการเชิงวิจัยผ่าน ดังนั้นวิธีการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps จึงเป็นกระบวนการวิจัยที่ชัดเจน ซึ่งเด็กไทยสามารถเรียนรู้ได้แน่นอน”ดร.ศักดิ์สินกล่าวและว่า การปฏิรูปการเรียนรู้ในชั้นเรียน ถ้าเราสอนตามหลักการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ ซึ่งก็คือแผนการพัฒนาหรือแผนการจัดประสบการณ์ และทักษะ เพื่อพัฒนาผู้เรียน โดยเป้าหมายคือมาตรฐานการเรียนรู้ ที่หมายถึง ความสามารถในการแสดงออกของเด็กแต่ละคนในด้านของการคิดเชิงระบบตั้งแต่การคิดแสดงออกทั้งเหตุและผลเชิงคุณธรรม ค่านิยม การปฎิบัติการพัฒนาการสร้างผลผลิต ซึ่ง GPAS 5 Steps จะเป็นเครื่องมือกลไกสำคัญที่จะสามารถหลอมรวมความรู้เชิงเหตุและผลเชิงคุณธรรมและทักษะมาเป็นเนื้อเดียวกันมาเป็นความรู้ก้อนเดียวกันไม่ได้แยกส่วน กระบวนการนี้จึงเป็นแก่นของความรู้ที่แท้จริงตามเป้าหมายของกระทรวงศึกษาธิการและทุกภาคส่วนรวมถึงผู้ปกครองที่ต้องการให้เด็กคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น





อ่านเพิ่มเติม