แนวทางของกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนากิจการลูกเสือไทย

Posted by ADMIN 02/09/2016 0 Comment(s) ข่าวประกาศ/ประชาสัมพันธ์,

 

แนวทางของกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนากิจการลูกเสือไทย

 

 

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อทำความเข้าใจวิชาพิเศษใหม่เกี่ยวกับลูกเสือ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีและมีประโยชน์ที่จะช่วยปลูกฝังให้เด็ก เยาวชน และคนไทย ซึ่งในปัจจุบันรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องของประชาธิปไตยแบบไม่ครบถ้วนและไม่มีความเข้าใจทั้งหมด หากนำวิชาเหล่านี้ปลูกฝังให้กับเด็กๆ ทั้งในช่วงของการเรียนกิจกรรมลูกเสือ และช่วงลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ก็จะช่วยปูพื้นฐานเรื่องของประชาธิปไตยได้อย่างต่อเนื่อง ดังคำกล่าวของลอร์ด เบเดน โพเอลล์ (Robert Stephenson Smyth Baden-Powell) ผู้ให้กำเนิดกิจการลูกเสือ ที่กล่าวว่า "วิชาลูกเสือไม่ใช่วิชาที่เรียนอยู่ในห้องเรียน แต่ต้องพาเด็กออกไปผจญภัยและเรียนรู้นอกห้องเรียน" ซึ่งจะช่วยทำให้เด็กมีความสุขและสนุกกับการเรียนมากขึ้น

โดยส่วนตัวมีความตั้งใจที่จะปรับปรุงพัฒนากิจการลูกเสือ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) เพราะมีความผูกพันกับพระองค์ตั้งแต่สมัยรับราชการในตำแหน่งผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ จนกระทั่งมาทำงานที่กระทรวงศึกษาธิการ ก็ได้ดำเนินงานเกี่ยวกับกิจการลูกเสือ ซึ่งในระยะหลัง ภาพของลูกเสือที่ออกมาช่วยเหลือหรือทำประโยชน์ต่างๆ ได้ขาดหายไปจากสังคม แม้ทุกฝ่ายทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคจะทำงานอย่างเข้มแข็งแล้วก็ตาม

ประกอบกับในรอบหลายปีที่ผ่านมา บ้านเมืองมีความวุ่นวาย เพราะคนในสังคมขาดสติ ใช้ความรู้สึกมากกว่าเหตุผล และไม่มีความเป็นระเบียบวินัย ในขณะที่ในโรงเรียนทุกโรงเรียนพยายามที่จะฝึกเด็กให้มีระเบียบวินัยตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการตรงต่อเวลา การเข้าคิวทานอาหาร การเข้าร่วมกิจกรรม แต่เมื่อออกมานอกรั้วโรงเรียน ต้องยอมรับว่าในสังคมไม่ได้มีสภาพเช่นเดียวกับในโรงเรียน รวมทั้งพฤติกรรมของผู้ใหญ่ทั้งหลายที่เป็นแบบอย่างของเด็กด้วย ดังนั้นการจะปลูกฝังเด็กไทยให้มีวินัยคงเป็นได้ยาก หากสภาพนอกโรงเรียนยังไม่เอื้ออำนวยและทุกฝ่ายไม่ร่วมมือกัน

ดังนั้น จึงมีแนวคิดที่จะพัฒนากิจการลูกเสือให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยในเบื้องต้นมอบให้เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ เร่งศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลการดำเนินงานของลูกเสือตามหลักอริยสัจ 4 (ทุกข์-ปัญหา, สมุทัย-สาเหตุของปัญหา, นิโรธ-แนวทางแก้ไขปัญหา, มรรค-วิธีแก้ปัญหา) เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้กิจการลูกเสือซบเซา รวมทั้งรับฟังปัญหาจากผู้ปฏิบัติในพื้นที่ อาทิ งบประมาณ, หลักสูตร, ความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ, การดูแลและพัฒนาผู้กำกับลูกเสือในโรงเรียน ซึ่งไม่ได้รับเงินเดือนค่าตอบแทนใดๆ จำนวนกว่า 1.4 แสนคน ฯลฯ เพื่อจะได้หาแนวทางแก้ไขร่วมกันต่อไป

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินงานพัฒนากิจการลูกเสือให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นใน 2 ส่วน คือ

o    การปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ซึ่งจะประกาศแต่งตั้งใหม่จำนวน 15 คน โดยได้เพิ่มองค์ประกอบจากผู้แทนผู้ปฏิบัติ อาทิ ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา, ผู้แทนผู้อำนวยการโรงเรียน, ผู้แทนครู ตลอดจนผู้แทนทหารบก

o    การปรับปรุงระบบสิทธิประโยชน์จากเครื่องหมายลิขสิทธิ์/ตราสัญลักษณ์ของกิจการลูกเสือ ซึ่งที่ผ่านมามอบให้องค์การค้าของ สกสค.เป็นผู้จำหน่ายให้กับผู้ค้ารายย่อย แต่พบว่าไม่มีการเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์แต่อย่างใด ทำให้สูญเสียงบประมาณสำหรับการดำเนินกิจการลูกเสือไทยเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงได้เชิญร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าลูกเสือทั้งหมดมาประชุมชี้แจงและขอความร่วมมือให้ขายสินค้าที่มีอยู่ให้หมด เพราะในปี 2560 จะต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ และนำเงินส่วนนี้ส่งให้สำนักงานเลขาธิการลูกเสือแห่งชาติ เพื่อใช้ประโยชน์ในพัฒนากิจการลูกเสือต่อไป เช่น จัดกิจกรรมลูกเสือ ปรับปรุงค่ายลูกเสือ เป็นต้น

 

 

ที่มา : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี Click ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ http://www.moe.go.th/websm/2016/sep/362.html